
ข่าวต่างประเทศ
“โมดี” หวังเผด็จศึกสมัย 2 คลอดนโยบาย “อินเดียแบรนด์”
ไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พ.ค.นี้ “นเรนทรา โมดี” นายกรัฐมนตรีอินเดีย พยายามเร่งเครื่องสร้างผลงานในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะศึกแห่งอำนาจครั้งใหม่ได้ หลังแพ้ในการเลือกตั้งระดับรัฐในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ผู้นำแห่งแดนภารตได้ประกาศนโยบายประกันสุขภาพขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยกว่า 500 ล้านคน ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 7,860 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ล่าสุด รัฐสภาอินเดียได้อนุมัติงบฯกว่า 195 ล้านดอลลาร์ สำหรับนโยบายผลักดัน “การส่งออกสินค้าเกษตร” เพิ่มเป็น 2 เท่าจากปัจจุบัน ยกระดับสินค้าเกษตร เช่น อาหารออร์แกนิก และสินค้าเกษตรแปรรูป ให้เป็นที่นิยมในต่างประเทศ
“เดอะ อีโคโนมิก ไทมส์” ของอินเดีย รายงานว่า นายกฯโมดีพยายามทำตามคำมั่นสัญญาที่บอกว่าจะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยตั้งเป้ารายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญ เช่น ข้าว ข้าวสาลี อาหารทะเล ชา และกาแฟ ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 52% ของสินค้าส่งออกทั้งหมด โดยจะเพิ่มเป็น 60,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2022 หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 2018 และเพิ่มเป้าหมายเป็น 100,000 ล้านดอลลาร์ ในอีก 3 ปีหลังจากนั้น
รายงานระบุว่า นโยบายของรัฐบาลจะเน้นการสร้าง “อินเดียแบรนด์” ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยรัฐบาลท้องถิ่นจะมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายนี้ เช่น การนำเสนอกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพและเอกลักษณ์ของเมืองต่าง ๆ โดยนโยบายนี้จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชาติพันธุ์และชนพื้นเมืองเทียบเท่ากับสินค้าส่งออกหลัก เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเกษตรในการส่งออก
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพพร้อมส่งออก ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนให้มีบทบาทในการผลิต แปรรูป และวิธีการเก็บรักษาสินค้า ซึ่งยังเป็นปัญหาใหญ่ของอินเดียในปัจจุบัน พร้อมกับการเพิ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์สำหรับการขนส่งสินค้า
ทางด้านสมาคมสินค้าเกษตรเวียดนามในฮานอย กล่าวกับ “เวียดนามนิวส์” ระบุว่า นโยบายการส่งออกสินค้าเกษตรของรัฐบาลโมดี อาจกระทบต่อสินค้าเกษตรที่สำคัญของเวียดนามได้ โดยเฉพาะข้าวและกาแฟ ซึ่งอินเดียถือว่าเป็นผู้ส่งออกหลักในท็อป 10 ของโลก ทั้งยังถือว่าเป็นคู่แข่งของเวียดนามในตลาดส่งออกสำคัญ เช่น แอฟริกา และจีน