
การเมือง
พปชร.เตรียมโชว์เก๋าคุมเกมสภาฯ ยังหวัง “บิ๊กตู่” รับเป็นนายกฯ ลุ้นฟลุ๊คเป็นพรรคอันดับ 1จับมือได้ทุกพรรค
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เตรียมแถลงนโยบายเปิดบริสุทธ์ของพรรคเป็นครั้งแรก ในวันอาทิตย์ ที่ 6 มกราคม 2562 โดยจะเน้นแนวทาง “สวัสดิการประชารัฐ” แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สะสมมานาน เขื่อมั่นว่ามีแนวทางที่เป็นรูปธรรม ทำได้ และไม่กระทบกับเสถียรภาพเศรษฐกิจภาพใหญ่
หัวหน้าพรรค พปชร. บอกที่มาของนโยบายพรรคว่า มาจากความเชื่อของพรรค 3 ประการ คือ 1.ประเทศ “จำเป็น” ต้องมีความสงบ เพื่อนำไปสู่การมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ 2.ประเทศต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่รุนแรง 3.เป็นโอกาสที่จะใช้ทรัพยากรสำคัญของประเทศ อย่างเต็มศักยภาพ
“พรรคเราเกิดจากจุดหักเหสำคัญของประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งนี้คนไทยจะเลือกอนาคต เราจะเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21”
สำหรับชื่อในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรค นายอุตตม กล่าวว่า “ผมไม่เคยพูดว่าจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ต้องมีกระบวนการคิดร่วมกันในพรรค จะเสนอว่าใครจะเหมาะสม ส่วนตัวผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเหมาะสมในช่วงหักเหเปลี่ยนผ่ารประเทศ แต่พรรคต้องมีการตัดสินใจร่วมกัน ยังไม่มีใครฟันธง อย่างเป็นทางการว่าเสนอชื่อท่าน และจนถึงบัดนี้ก็ยังมีความหวังว่าท่านจะรับเป็นนายกฯ”
ด้านนายสนธิรัตน สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ตอบคำถามที่ว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบรับ จะทำอย่างไร ว่า “ถ้าท่านพล.อ.ประยุทธ์ ไม่รับ อุตตม ก็เป็นนายกรัฐมนตรี”
เลขาธิการพรรค ย้ำว่า ผู้ที่เหมาะสมจะเป็นบัญชีนายกรัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการคือ ต้องมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ มีความนิยม และมีความศรัทธาจากประชาชนสูง
ส่วนเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้ง นายสนธิรัตน์ ระบุว่า จะจับมือกับพรรคใดเป็นพันธมิตร ขอฟังผลการเลือกตั้งก่อน ซึ่งรัฐธรรมนูญออกแบบให้เป็นรัฐบาลผสม ไม่มีใครได้เสียงชนะเด็ดขาดแต่เพียงพรรคเดียว ถ้าพปชร.เป็นแกนนำจะพิจารณาว่าคะแนนพรรคไหนเป็นอย่างไร ดูว่านโยบายปรับจูนเข้ากับพรรคพปชร.ได้หรือไม่ ส่วนตัวพร้อมคุยกับทุกพรรค ไม่ได้วางข้อแม้ไว้ว่าจะร่วมกับใครไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเรียกร้องให้พรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 ได้จัดขั้วรัฐบาลก่อน นายสนธิรัตน์ ตอบว่า “แน่นอน หากพรรคไหนได้เสียงอันดับ 1 มีสิทธิชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าเขารวบรวมเสียงได้ แต่ถ้าเขารวบรวมเสียงไม่ได้ ก็มาที่พรรคอันดับ 2 อันดับ 3 เรารอเขาจัดไม่ได้ก่อน ขึ้นอยู่กับคะแนนของพรรค”
ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่า หากไม่ได้เสียงอันดับ 1 ได้มีการเตรียมรวบรวมเสียงไว้ล่วงหน้าแล้วหรือยัง นายสนธิรัตน์ ตอบว่า “ยังไม่ได้เตรียม พรรคที่จะได้ที่ 1 ได้เท่าไหร่ยังไม่มีใครรู้ อาจมีเผลอฟลุ๊ค พรรคพปชร. ได้ที่ 1 ก็เป็นได้”
เลขาธิการพรรค พปชร. มั่นใจว่า แม้การเมืองหลังเลือกตั้งจะเข้มข้น และตัวแทนของพรรคทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค จะไม่ได้อยู่ทำเกมในสภาผู้แทน “แต่ในพรรคมีคนเก๋าเกม เต็มพรรค เชื่อว่าจะมีตัวแทนคุมเกม และพรรคได้เตรียมการบุคคลการเมืองที่คร่ำหวอดในสภาผู้แทนไว้แล้ว แม้ว่านายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคจะไม่ได้อยู่ในสภาผู้แทนก็ตาม”
ส่วนปมปัญหาโต๊ะจีน ที่พรรคได้จัดระดมทุนไปก่อนหน้านี้นั้น เลขาธิการพรรค เปิดเผยว่า “ทุกอย่างจะจบชัดเจนภายใน 30 วัน ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่เราไม่อยากตอบโต้ใคร ข้อมูลที่จะยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะมีความชัดเจน เราระดมทุนตรงไปตรงมา ทำตามรัฐธรรมนูญทุกประการ”