ข่าวออนไลน์
“ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ตรวจสอบ จัดระเบียบ สตม.เอาจริง
การแจ้งที่พักอาศัยคนต่างด้าว เจอคนร้ายหนีหมายจับที่เคยจับผลักดันแล้วแอบลักลอบเข้ามาประเทศไทยรอบที่สอง โดยจับคารัง!!
“ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ตรวจสอบ จัดระเบียบ สตม.เอาจริง การแจ้งที่พักอาศัยคนต่างด้าว เจอคนร้ายหนีหมายจับที่เคยจับผลักดันแล้วแอบลักลอบเข้ามาประเทศไทยรอบที่สอง โดยจับคารัง!!
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. ได้วางนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบที่จะเข้ามาในประเทศไทย หรือคนร้ายใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ในต่างประเทศ เมื่อคนร้ายเข้าหลบซ่อนตัวจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียอันดีงามและความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยมีความห่วงใยในเรื่องนี้มาก เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย ดังนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการปราบปรามให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม พร้อมกันนั้นให้ตรวจสอบการพักอาศัยของคนต่างด้าวในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อเป็นไปตามมาตรา 37 และ 38 แห่ง พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522
เพื่อให้เป็นไปตามสั่งการผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการตรวจการพักอาศัยของคนต่างด้าวทั่วเขตกรุงเทพมหา นคร ดังนั้น พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,ว่าที่ พ.ต.อ. วัชรพล กาญจนกันท ผกก.1 บก.สส. สตม.,ว่าที่ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม.และ พ.ต.อ. อดุลย์ เทพิกัน ผกก.ปอพ.บก.สส. สตม.จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทำการเอกซเรย์ที่พักของคนต่างด้าว เช่น โรงแรม เกสเฮ้าส์ อาคารชุด ห้องเช่า บ้านพัก เป็นต้น และเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2562 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. ได้ทำการตรวจสอบการพักอาศัยของคนต่างด้าว ที่คอนโดมิ เนียมแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ระหว่างการตรวจคนต่างด้าวได้พบเจอกับ นายลัสแมน ดาส วันดรา ซาห์ (Lasman Das Sundra Shah) อายุ 68 ปี สัญชาติ มาเลเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม. สามารถจดจำได้ว่าคนต่างด้าวรายนี้ได้ถูก กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.ตม.3 สตม.) ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศมาเลเซีย ในคดีฉ้อโกง จำนวน 2 คดี มีมูลค่าความเสียหาย 334,000 ริงกิต หรือประมาณ 2.68 ล้านบาท และเมื่อ 25 ธ.ค.2561 ได้ผลักดันส่งกลับไปยังประเทศมาเลเซีย จากนั้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค.2562 คนต่างด้าวรายนี้ได้หลบหนีเข้าประเทศไทยอีกครั้งจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวไว้ได้ ในความผิด “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ที่ให้ที่พักอาศัยในข้อกล่าวหา “ช่วยเหลือประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม”
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า “เจ้าของที่พัก โรงแรม เกสเฮ้าส์ บ้านเช่าคอน โดมิเนียม บ้านพักอาศัย หรือสถานที่ใด ๆ รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยในเคหสถานของท่าน จะต้องแจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าว ภาย ใน 24 ชั่วโมง “ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท แต่ถ้าผู้นั้นเป็นผู้จัดการโรงแรม ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท”
แหล่งข่าว www.aec-tv-online2.com